الشعراء
The Poets • 227 ayahs • Meccan
بِسْمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحْمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ
1ฏอ ซีน มีม
2เหล่านี้คือบรรดาโองการแห่งคัมภีร์อันชัดแจ้ง
3เกรงว่าเจ้า (มุฮัมหมัด) จะทำลายตนเอง (ด้วยความโศกเศร้า) เพราะพวกเขา (ชาวมักกะฮ์) มิได้เป็นผู้ศรัทธา
4หากเราประสงค์ เราจะให้มีสัญญาณหนึ่งจากฟากฟ้ามายังพวกเขา แล้วคอของพวกเขาก็ยอมก้มสยบต่อมัน
5และไม่มีข้อตักเตือนใหม่อันใดจากพระผู้ทรงเมตตายิ่ง เว้นแต่พวกเขาจะเป็นผู้ผินหลังให้กับมัน
6แล้วแน่นอนพวกเขาได้เพียรพยายามกล่าวเท็จ ดังนั้นข่าวคราวที่พวกเขาเคยเยาะเย้ยมันนั้นก็จะมายังพวกเขา
7พวกเขามิได้มองไปยังแผ่นดินหรอกหรือว่า เราได้ทำให้พืชงอกเงยออกจากมันซึ่งหลากหลายประเภทอันมากมาย
8แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
9และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณียิ่ง
10และจงรำลึกเถิดว่า พระผู้อภิบาลของเจ้าได้เรียกมูซา (โดยกล่าวแก่มูซาว่า) เจ้าจงไปยังหมู่ชนผู้อธรรม
11คือหมู่ชนของฟิรเอาน์ พวกเขาไม่ยำเกรงกระนั้นหรือ
12เขา (มูซา) ได้กล่าวว่า โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน แท้จริงฉันกลัวว่า พวกเขาจะเพียรพยายามกล่าวเท็จต่อฉัน
13และหัวอกของฉันจะอึดอัด และลิ้นของฉันจะไม่คล่อง ดังนั้นพระองค์ทรงโปรดส่งฮารูนมาช่วยฉันด้วยเถิด
14เพราะฉันทำบาปต่อพวกเขา ดังนั้นฉันกลัวว่าพวกเขาจะฆ่าฉัน
15พระองค์ตรัสว่า ไม่หรอก ดังนั้นเจ้าทั้งสองจงไปเถิดพร้อมด้วยสัญญาณทั้งหลายของเรา แท้จริงเราเป็นผู้ฟังอยู่ร่วมกับพวกเจ้า
16ดังนั้นเจ้าทั้งสองจงไปหาฟิรเอาน์ แล้วจงกล่าวว่า เราเป็นทูตของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
17แล้วขอให้ส่งวงศ์วานของอิสรออีลไปพร้อมกับเราเถิด
18ฟิรเอาน์ตอบว่า เราไม่ได้เลี้ยงดูเจ้าครั้งตอนที่เจ้ายังเป็นเด็กแรกเกิดหรอกหรือ? และเจ้าก็ได้อยู่ร่วมกับเราในชีวิตของเจ้าตั้งหลายปี!
19และเจ้า (ไม่ใช่หรือ?) ที่ได้กระทำ (ฆ่าชาวอียิปต์) ที่เจ้าได้กระทำไปแล้ว และ (ด้วยเหตุนั้น) เจ้าเป็นผู้หนึ่งในหมู่ผู้เนรคุณ
20มูซากล่าวว่า "ฉันเป็นคนทำสิ่งนั้น ซึ่งตอนนั้นฉันเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้พลั้งพลาดไป"
21"ดังนั้น ฉันได้หนีไปจากพวกเจ้า เมื่อฉันกลัวพวกเจ้า แล้วพระผู้อภิบาลของฉันได้ทรงประทานวิทยปัญญาแก่ฉัน และทรงแต่งตั้งฉันให้เป็นหนึ่งในเหล่าเราะซูล"
22"และนี่คือความดีที่เจ้าได้มอบไว้ให้แก่ฉัน (แต่ในขณะเดียวกัน) เจ้าได้ทำให้วงศ์วานอิสรออีลเป็นทาส"
23ฟิรเอาน์ได้กล่าวว่า "และอะไรเล่าคือพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก?"
24เขา (มูซา) กล่าวว่า "(พระองค์คือ) พระผู้อภิบาลแห่งชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธาเชื่อมั่น"
25เขา (ฟิรเอาน์) ได้กล่าวแก่ผู้อยู่รอบๆ เขาว่า "พวกเจ้าได้ยินไหม?"
26เขา (มูซา) กล่าวอีกว่า "พระผู้อภิบาลของพวกเจ้า และพระผู้อภิบาลของบรรพบุรุษของพวกเจ้าสมัยก่อนๆ นั้นด้วย"
27เขา (ฟิรเอาน์) กล่าวว่า "แท้จริงเราะซูลของพวกเจ้าที่ถูกส่งมายังพวกเจ้านั้นเป็นคนบ้าแน่ๆ"
28เขา (มูซา) กล่าวว่า "พระผู้อภิบาลแห่งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก และสิ่งที่อยู่ในระหว่างทั้งสอง หากพวกเจ้าเข้าใจดี"
29เขา (ฟิรเอาน์) กล่าวว่า "หากเจ้าสักการะพระเจ้าอื่นจากฉัน ฉันจะให้เจ้าอยู่ในหมู่ผู้ต้องขัง"
30เขา (มูซา) กล่าวว่า "แม้แต่ฉันจะแสดงสิ่งที่ชัดแจ้งแก่ท่านกระนั้นหรือ?"
31เขากล่าวว่า "ก็จงแสดงมันมาซิ หากเจ้าอยู่ในหมู่คนผู้พูดจริง"
32ดังนั้น เขาได้โยนไม้เท้าของเขาลงไป แล้วทันใดนั้นมันก็กลายเป็นงูใหญ่ที่เห็นได้ชัด
33และเขาก็ดึงมือของเขาออกมา ทันใดนั้น (มือของเขา) ก็เป็นสีขาว (ส่องแสง) สำหรับผู้มองดู
34(ฟิรเอาน์) จึงกล่าวแก่เหล่าขุนนางที่อยู่รอบตัวเขาว่า: แท้จริงชายผู้นี้คือนักมายากลผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ
35"เขาต้องการที่จะให้พวกเจ้าออกจากดินแดนของพวกเจ้าด้วยมายากลของเขา ดังนั้นพวกเจ้าจะแนะนำอันใดบ้าง?"
36พวกเขากล่าวว่า "จงหน่วงเหนี่ยวเขาและพี่ชายของเขาไว้ก่อน และจงส่งคนไปตามหัวเมืองต่างๆ เรียกมาชุมนุมกัน"
37"เพื่อพวกเขาจะได้นำนักมายากลผู้ช่ำชองที่มีความรู้ทุกคนมาหาท่าน"
38แล้วบรรดานักมายากลได้มาชุมนุมกันตามวันเวลาที่กําหนดไว้
39และได้มีประกาศแก่มวลชนว่า "พวกเจ้าจะไปร่วมชุมนุมด้วยไหม?"
40บางทีพวกเราอาจจะได้ปฎิบ้ติตาม (ศาสนาของ) บรรดานักมายากล หากพวกเขาเป็นผู้ชนะ
41ครั้น เมื่อบรรดามายากรได้มาถึง พวกเขากล่าวแก่ฟิรเอาน์ว่า "จะมีรางวัลสำหรับพวกเราแน่นอนหรือ ถ้าพวกเราเป็นผู้ชนะ?"
42เขากล่าวว่า "แน่นอน และพวกเจ้าจะได้อยู่ในหมู่ผู้ใกล้ชิดข้าด้วยอย่างแน่นอน"
43มูซาได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจงโยนสิ่งที่พวกเจ้าอยากจะโยน"
44แล้วพวกเขาก็ได้โยนเชือกและไม้เท้าของพวกเขา และพวกเขากล่าวว่า "ด้วยเกียรติของฟิรเอาน์ แท้จริงเราเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน"
45และแล้วมูซาก็ได้โยนไม้เท้าของเขา ทันใดนั้นมันได้กลืนสิ่งที่พวกเขาได้ลวงขึ้น
46(เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงทำให้) บรรดามายากรก้มตัวลงกราบ
47พวกเขากล่าวว่า "เราได้ศรัทธาต่อพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกแล้ว"
48คือพระผู้อภิบาลของมูซาและฮารูน
49เขากล่าวว่า "พวกเจ้าศรัทธาต่อเขาก่อนที่ข้าจะอนุญาตแก่พวกเจ้ากระนั้นหรือ? แน่นอนเขาต้องเป็นหัวหน้าของพวกเจ้าซึ่งได้สอนมายากลแก่พวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้รู้ แน่นอน ข้าจะตัดมือของพวกเจ้าและเท้าของพวกเจ้าสลับข้างกัน และแน่นอน ข้าจะแขวนตรึงพวกเจ้าทั้งหมด"
50พวกเขากล่าวว่า "ไม่ได้เดือดร้อนอะไรดอก (ที่ท่านจะสังหารพวกเรา) แท้จริงเราเป็นผู้กลับไปยังพระผู้อภิบาลของเรา"
51"แท้จริงเราปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้พระผู้อภิบาลของเราทรงยกโทษให้แก่เรา เพราะเราเป็นกลุ่มแรกที่เป็นผู้ศรัทธา"
52และเราได้วะฮ์ยูแก่มูซาว่า "จงออกเดินทางในเวลากลางคืนพร้อมกับปวงบ่าวของข้า แท้จริงพวกเจ้าจะถูกติดตาม"
53(ภายหลังทราบสถานการณ์แล้ว) ฟิรเอาน์จึงส่ง (ทหารของเขา) ไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อรวบรวม (กองทัพของเขา)
54แท้จริงพวกเขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มชนที่มีจำนวนน้อย
55และแท้จริงพวกเขายั่วให้เราเกิดโทสะ
56และแท้จริงพวกเราทุกคนต่างอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมแน่นอนเสมอ
57ด้วยเหตุดังกล่าว เราได้ทำให้พวกเขา (ฟิรเอาน์และทหารของเขา) ออกจากสวนต่างๆ และสายน้ำพุอันหลากหลายของพวกเขา
58และทรัพย์สินอันมากมายและที่พำนักหรูหรา (ของพวกเขา)
59เช่นนั้นแหละ และเราได้ทำให้ (มรดกทั้งหมดของฟิรเอาน์และกองทัพของเขา) เป็นมรดกแก่วงศ์วานของอิสรออีล
60ดังนั้น พวกเขา (ฟิรเอาน์และพรรคพวกของเขา) ได้ไล่ตามพวกเขา (วงศ์วานอิสรออีล) ในยามดวงอาทิตย์ขึ้น
61หลังจากที่ทั้งสองกลุ่มเห็นหน้ากันแล้ว บรรดาพวกพ้องของมูซากล่าวว่า "เราจะต้องถูกจับอย่างแน่นอน"
62(มูซา) กล่าวว่า "ไม่! (อย่าคิดอย่างนั้น)! แท้จริงพระผู้อภิบาลของฉันทรงอยู่กับฉัน พระองค์จะทรงนำทางแก่ฉัน"
63แล้วเราได้วะฮ์ยูแก่มูซาว่า "จงฟาดทะเลด้วยไม้เท้าของเจ้า" ทันใดนั้น มันก็แยกออก (เป็นหลายๆ ช่องทาง) แต่ละช่องทางได้ถูกยกขึ้นเช่นภูเขาใหญ่
64และเราได้นำพวกที่เหลือ (คือผู้ไล่ตาม) มาใกล้สถานที่นั้น
65และเราได้ให้มูซาและผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาทั้งหมดรอดพ้นไป
66หลังจากนั้นแล้ว เราได้ให้คนอื่นจมน้ำตาย
67แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
68และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
69และจงเล่าเรื่องราวของอิบรอฮีมให้แก่พวกเขา
70จงรำลึกถึงขณะที่เขากล่าวแก่บิดาของเขาและหมู่ชนของเขาว่า "พวกเจ้าเคารพภักดีอะไร?"
71พวกเขากล่าวว่า "เราเคารพภักดีรูปปั้น แล้วเราจะคงเป็นผู้ยึดมั่นต่อมันตลอดไป"
72(อิบรอฮีม) กล่าวว่า "เมื่อพวกเจ้าวิงวอนขอ พวกมันได้ยินพวกเจ้าหรือ?"
73"หรือมันให้คุณให้โทษแก่พวกเจ้าไหม"
74พวกเขากล่าวว่า "ไม่ใช่อย่างนั้น จริงๆ แล้วเราพบบรรพบุรุษของเราได้กระทำเช่นนั้น"
75เขากล่าวว่า "พวกเจ้าไม่เห็นหรอกหรือสิ่งที่พวกเจ้าเคารพภักดีอยู่"
76"ด้วยตัวของพวกเจ้าเอง และบรรพบุรุษของพวกเจ้าแต่กาลก่อน"
77แท้จริงพวกเขาคือศัตรูของฉัน นอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
78ซึ่งพระองค์ทรงสร้างฉัน แล้วพระองค์ก็ทรงนำทางฉัน
79และพระองค์ทรงประทานอาหารให้แก่ฉันและทรงให้น้ำดื่มแก่ฉัน
80และเมื่อฉันป่วย ดังนั้นพระองค์ทรงให้ฉันหายป่วย
81และผู้ทรงให้ฉันตาย แล้วทรงให้ฉันมีชีวิต
82และผู้ที่ฉันปรารถนาอย่างมากว่า จะทรงอภัยแก่ฉันซึ่งความผิดพลาดในวันแห่งศาสนา
83โอ้พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดประทานความรู้ทางศาสนาแก่ฉัน และโปรดให้ฉันอยู่ร่วมกับบรรดาคนดีทั้งหลาย
84"และโปรดทำให้ฉันเป็นที่กล่าวขานอย่างดีในบรรดาผู้มาทีหลัง"
85และโปรดทำให้ฉันอยู่ในหมู่ผู้รับสืบทอดสรวงสวรรค์อันร่มรื่น
86และโปรดประทานอภัยให้แก่บิดาของฉันด้วย แท้จริงเขาอยู่ในหมู่ผู้หลงผิด
87และโปรดอย่าให้ฉันได้รับความอัปยศในวันที่ทุกคนถูกให้ฟื้นคืนชีพ
88วันที่ทรัพย์สมบัติและลูกหลานจะไม่อำนวยคุณใด ๆ เลย
89เว้นแต่ผู้ที่มาอยู่ต่อหน้าอัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส
90และ (ในวันนั้น) สวรรค์จะถูกนำมาใกล้แก่บรรดาผู้ยำเกรง
91และนรกจะถูกนำมาเปิดเผยให้เห็นแก่บรรดาผู้หลงผิด
92และมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า "ไหนเล่าสิ่งที่พวกเจ้าเคารพสักการะ?"
93อื่นจากอัลลอฮ์ พวกมันจะช่วยเหลือพวกเจ้า หรือจะช่วยตัวของมันเองได้ไหม?
94แล้วพวกมันจะถูกโยนทิ่มหัวลงในนรก ทั้งพวกเขาและพวกหลงผิด
95และไพร่พลของอิบลีสทั้งหมด
96พวกเขากล่าวขณะที่พวกเขาโต้เถียงกันอยู่ในนั้น
97"ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ แท้จริงพวกเราอยู่ในการหลงผิดอย่างชัดแจ้ง"
98"เพราะพวกเราทำให้พวกเจ้าเท่าเทียมกับพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก"
99"และไม่มีผู้ใดทำให้เราหลงผิดเลย นอกจากเหล่าผู้กระทำชั่วเท่านั้น"
100"ดังนั้น สำหรับพวกเราแล้ว จึงไม่มีผู้ใดขอไถ่แทนโทษ"
101"และไม่มีมิตรผู้รักใคร่ด้วย"
102"ฉะนั้น หากมีสักครั้งหนึ่งให้เราได้กลับไป (ยังโลกดุนยา) เราก็จะอยู่ในหมู่ผู้ศรัทธา"
103แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน และส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
104และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
105(เช่นเดียวกัน) หมู่ชนของนูห์ ได้ปฏิเสธบรรดาเราะซูล
106จงรำลึกถึงขณะที่พี่น้องของพวกเขาคือนูห์ ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้า จะไม่ยำเกรงกันบ้างหรือ?!"
107แท้จริงฉันคือเราะซูล ผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกเจ้า
108ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน
109และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใดๆ ในการนี้จากพวกเจ้า ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
110ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉัน
111พวกเขากล่าวว่า "จะให้พวกเราศรัทธาต่อเจ้ากระนั้นหรือ? และผู้ที่ปฏิบัติตามเจ้าก็ล้วนเป็นผู้ที่ต่ำต้อยทั้งนั้น"
112(นูห์) กล่าวว่า ฉันไม่มีความรู้อันใดเลยในสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติกัน
113การคำนวณการตอบแทน (ที่มีต่อการงาน) ของพวกเขา มันเป็นเรื่องของพระผู้อภิบาลของฉัน (ผู้เดียว) หากพวกเจ้าสำนึก (และเข้าใจพวกท่านจะไม่พูดอย่างนั้น)
114และฉันจะไม่เป็นผู้ขับไล่บรรดาผู้ศรัทธา
115ฉันมิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นผู้ตักเตือนอันชัดแจ้ง
116พวกเขากล่าวว่า "โอ้นูห์ หากเจ้ายังไม่หยุด แน่นอนเจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้ถูกขว้างด้วยก้อนหิน"
117นูห์ได้กล่าวว่า: "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า แท้จริงกลุ่มชนของข้าปฏิเสธข้า"
118"ดังนั้นขอพระองค์ทรงตัดสินในระหว่างข้ากับพวกเขา และทรงโปรดช่วยเหลือข้าและบรรดาผู้ศรัทธาที่อยู่ร่วมกับข้าให้รอดด้วยเถิด"
119ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาไว้ในเรือที่เต็มเพียบ (ไปด้วยผู้คน สัตว์ และสิ่งของต่างๆ)
120หลังจากนั้นเราก็ให้พวกที่เหลือค้างได้จมน้ำตาย
121แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
122และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
123(ในทำนองเดียวกัน) กลุ่มชนอ๊าดได้ปฏิเสธบรรดาเราะซูล (ซึ่งถูกส่งมายังพวกเขา)
124จงรำลึกถึงขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือ ฮูดได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะไม่ยำเกรงกันบ้างหรือ?!"
125แท้จริงฉันคือเราะซูล ผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกเจ้า
126ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
127และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใด ๆ ในการนี้จากพวกเจ้า ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
128"พวกเจ้าสร้างอาคารสูงสง่าไว้บนที่สูงทุกแห่ง เพื่อการละเล่นกระนั้นหรือ?!"
129และพวกเจ้าสร้างคฤหาสน์ โดยหวังว่าพวกเจ้าจะอยู่อย่างตลอดกาล?
130และเมื่อพวกเจ้าทำร้ายผู้ใด พวกเจ้าจะกระทำอย่างทารุณโหดร้าย
131ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
132และพวกเจ้าจงยำเกรงผู้ทรงประทานแก่พวกเจ้าซึ่งสิ่งที่พวกเจ้ารู้ดีอยู่แล้ว
133พระองค์ทรงประทานแก่พวกเจ้าซึ่งปศุสัตว์และลูกหลาน
134และสวนอันหลากหลาย และลำธารหลายแห่ง
135แท้จริงฉันกลัวว่าพวกเจ้าจะได้รับการลงโทษในวันอันยิ่งใหญ่
136พวกเขากล่าวว่า "มันมีผลเท่ากันสำหรับเรา เจ้าจะตักเตือนหรือไม่เป็นผู้ตักเตือนเราก็ตาม"
137"นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากเป็นเรื่องปั้นขึ้นของคนในอดีต"
138"และพวกเราจะไม่อยู่ในหมู่ผู้ถูกลงโทษ"
139ในที่สุดพวกเขาได้ปฏิเสธเขา ด้วยเหตุนี้เราจึงทำลายพวกเขา แท้จริงในเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงถึงสัญญาณหนึ่ง (ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงอำนาจของอัลลอฮ์) และในขณะเดียวกันพวกเขาส่วนใหญ่ก็ไม่ศรัทธา
140และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
141(ในทำนองเดียวกัน) กลุ่มชนษะมูดได้ปฏิเสธบรรดาเราะซูล
142จงรำลึกถึงขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือ ศอลิห์ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะไม่ยำเกรงกันบ้างหรือ?!"
143แท้จริงฉันคือเราะซูล ผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกเจ้า
144ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
145และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใดๆ ในการนี้จากพวกเจ้า ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
146“(พวกเจ้าคิดหรือว่า) พวกเจ้าจะถูกปล่อยให้อยู่อย่างสุขสำราญ ณ ที่นี้?!"
147ในสวนอันหลากหลาย และลำธารหลายแห่ง
148และไร่นา และต้นอินทผลัม ซึ่งงวงของมันสุกงอมย้อยหนักลงมาแทบหัก
149และพวกเจ้าสลักภูเขาเป็นที่อยู่อาศัยอย่างชำนาญ
150ดังนั้นพวกท่านจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
151"และพวกเจ้าอย่าได้เชื่อฟังคำสั่งของบรรดาผู้ฝ่าฝืน"
152“นั่นคือผู้ที่ก่อความเสียหายในแผ่นดินและไม่ฟื้นฟูการดี”
153พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเจ้าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ถูกไสยศาสตร์"
154"เจ้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเป็นสามัญชนเช่นเรา ดังนั้นจงนำมาสักสัญญาณหนึ่ง หากเจ้าเป็นหนึ่งในหมู่ผู้สัตย์จริง"
155เขากล่าวว่า "นี่คืออูฐตัวเมีย สำหรับมันมีส่วนดื่มน้ำวันหนึ่ง และสำหรับพวกเจ้าก็มีส่วนดื่มน้ำวันหนึ่งตามที่รู้กัน"
156“และจงอย่ายังความทุกข์ยากแก่มัน มิฉะนั้น การลงโทษแห่งวันที่ยิ่งใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นกับพวกเจ้า"
157แล้วพวกเขาได้เชือดมัน พวกเขาจึงอยู่ในสภาพเป็นผู้เศร้าโศกเสียใจ
158ดังนั้นการลงโทษได้คร่าชีวิตพวกเขา แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
159และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
160(ในทำนองเดียวกัน) กลุ่มชนของลูฏได้ปฏิเสธบรรดาเราะซูล
161จงรำลึกถึงขณะที่พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือ ลูฎได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะไม่ยำเกรงกันบ้างหรือ?!"
162แท้จริงฉันคือเราะซูล ผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกเจ้า
163ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
164และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใดๆ ในการนี้จากพวกเจ้า ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
165"พวกเจ้าเข้าหาผู้ชายในหมู่ผู้คนทั้งหลายกระนั้นหรือ?!"
166"และพวกเจ้าไม่สนใจสิ่งที่พระผู้อภิบาลของพวกเจ้าได้สร้างไว้สำหรับพวกเจ้า คือบรรดาภรรยาของพวกเจ้า พวกเจ้าไม่ใช่ใคร แต่เป็นกลุ่มชนผู้ฝ่าฝืน"
167พวกเขากล่าวว่า "โอ้ลูฏ หากเจ้ายังไม่หยุด แน่นอนเจ้าจะเป็นผู้หนึ่งที่จะถูกขับไล่ออกไป"
168เขากล่าวว่า "แท้จริงฉันเป็นผู้ที่เกลียดยิ่งต่อการกระทำของพวกเจ้า"
169(ลูฏได้อธิษฐานว่า) "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของฉัน โปรดช่วยฉันและครอบครัว (และผู้ติดตามของฉัน) ให้พ้นจากสิ่งที่พวกเขากระทำกัน"
170ดังนั้นเราได้ช่วยเขา และครอบครัว (และบริวาร) ของเขาทั้งหมดให้รอดพ้น
171นอกจากหญิงแก่คนหนึ่ง ซึ่งนางอยู่ในหมู่ผู้รั้งหลัง
172หลังจากนั้น เราได้ทำลายคนอื่นๆ
173และเราได้ให้ห่าฝนแห่งการทำลายล้างตกลงมายังพวกเขา ดังนั้น ชั่วช้าแท้ๆ ซึ่งสายฝนของผู้ถูกตักเตือน
174แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
175และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
176ชาวเมืองอัยกะฮ์ (หมู่ชนของนบีชุอัยบ์ พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีป่าทึบ)ได้ปฏิเสธบรรดาเราะซูล
177จงรำลึกเถิดว่า พี่น้องคนหนึ่งของพวกเขาคือ ชุอัยบ์ได้กล่าวแก่พวกเขาว่า "พวกเจ้าจะไม่ยำเกรงกันบ้างหรือ?!"
178แท้จริงฉันคือเราะซูล ผู้ซื่อสัตย์สำหรับพวกท่าน
179ดังนั้นพวกเจ้าจงยำเกรงอัลลอฮ์ และเชื่อฟังฉันเถิด
180และฉันมิได้ขอค่าตอบแทนใดๆ ในการนี้จากพวกเจ้า ค่าตอบแทนของฉันมิได้มาจากผู้ใดนอกจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
181"พวกเจ้าจงตวงให้ครบพอดี และอย่าอยู่ในหมู่ผู้ทำให้พร่อง"
182และจงชั่งด้วยตาชั่งอย่างเที่ยงตรง
183“และอย่าให้พร่องแก่ผู้คน ซึ่งสิ่งต่างๆ ของพวกเขา และอย่ากดขี่ข่มเหงในแผ่นดิน ด้วยการเป็นพวกบ่อนทำลาย"
184และจงยำเกรงต่อผู้ทรงสร้างพวกเจ้า และหมู่ชนแต่ก่อนๆ
185พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเจ้าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ถูกไสยศาสตร์"
186"และเจ้ามิใช่ใครอื่นนอกจากเป็นสามัญชนเช่นเรา และเราเชื่อว่า แน่นอนเจ้าก็คือคนหนึ่งจากบรรดาผู้กล่าวเท็จทั้งหลาย"
187ดังนั้นก็จงให้ชิ้นส่วนจากท้องฟ้าร่วงหล่นลงมาเหนือพวกเรา หากเจ้าเป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้สัตย์จริง
188เขากล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของฉันทรงรอบรู้ดีในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ"
189ดังนั้นพวกเขาได้เพียรพยายามกล่าวเท็จต่อเขา ดังนั้นการลงโทษวันแห่งเมฆครอบคลุมได้คร่าพวกเขา แท้จริงมันคือการลงโทษแห่งวันที่ยิ่งใหญ่
190แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ส่วนมากของพวกเขาไม่เป็นผู้ศรัทธา
191และแท้จริงพระผู้อภิบาลของเจ้านั้น แน่นอนพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปราณีเสมอ
192และแท้จริงอัลกุรอานนั้นถูกประทานลงมาจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก
193อัรรูห์ ผู้ซื่อสัตย์ได้นำมันลงมา
194ยังหัวใจของเจ้าเพื่อเจ้าจะได้เป็นคนหนึ่งในหมู่ผู้ตักเตือน
195เป็นภาษาอาหรับอันชัดแจ้ง
196และแท้จริงมัน (ถูกกล่าวไว้) ในคัมภีร์ก่อนๆ อย่างแน่นอน
197ยังไม่ (เพียงพอ) อีกหรือ ที่จะเป็นข้อพิสูจน์ให้แก่พวกเขาถึงความสัตย์จริงของเจ้า ว่า บรรดาผู้มีความรู้ของวงศ์วานอิสรออีลก็รู้ดีในเรื่องนี้?
198และหากเราได้ส่งมันลงมายังกลุ่มคนที่ไม่ใช่ชาวอาหรับ
199แล้วเขาก็อ่านมันแก่พวกเขา พวกเขาก็จะไม่เป็นผู้ศรัทธาต่อมัน
200เช่นเดียวกันนี้ เราได้ทำให้ (การปฎิเสธ) ได้อยู่ในหัวใจของบรรดาผู้กระทำผิด
201พวกเขาจะไม่ศรัทธาต่อมันจนกว่าพวกเขาจะได้เห็นการลงโทษอันเจ็บปวด
202แล้วมันจะมาหาพวกเขาอย่างกระทันหันโดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว
203ดังนั้นพวกเขาจึงกล่าวว่า "ให้พวกเราได้รับการประวิงบ้างได้ไหม?"
204พวกเขาเร่งรีบต่อการลงโทษของเรากระนั้นหรือ?
205เจ้าไม่เห็นหรอกหรือ หากเราให้พวกเขารื่นเริงไปอีกเป็นปีๆ
206หลังจากนั้นแล้ว สิ่งที่พวกเขาถูกสัญญาไว้ ก็ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขา
207ความสุขสบายต่างๆ ที่พวกเขาได้รับมาตลอดนั้น ไม่อำนวยประโยชน์อันใดแก่พวกเขาได้
208และเรามิได้ทำลายเมืองใดเมืองหนึ่ง เว้นแต่ได้มีผู้ตักเตือนแก่ชาวเมืองนั้นแล้ว
209เพื่อเป็นข้อตักเตือน และเรามิได้เป็นผู้อธรรม
210และไม่ใช่บรรดาชัยฏอนเป็นผู้นำมัน (อัลกุรอาน) ลงมา
211และมันไม่เหมาะสำหรับชัยฏอนที่จะทำเช่นนั้น และพวกมันก็ไม่สามารถทำได้ด้วย
212แท้จริงพวกมันเป็นผู้ถูกกีดกันอย่างแน่นอนจากการได้ยิน
213ดังนั้นเจ้าอย่าได้วิงวอนพระเจ้าอื่นใดเคียงคู่กับอัลลอฮ์ มิฉะนั้นเจ้าจะเป็นหนึ่งในหมู่ผู้ถูกลงโทษ
214จงตักเตือนวงศาคณาญาติของเจ้าที่ใกล้ชิด
215และจงลดปีกของเจ้าลง (เพื่อเป็นการถ่อมตัว) ต่อบรรดาผู้ศรัทธาที่ปฏิบัติตามเจ้า
216แล้วหากพวกเขาฝ่าฝืนเจ้า ก็จงกล่าวเถิด (มุฮัมหมัด) ว่า "แท้จริงฉันไม่รับผิดชอบในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ"
217และจงมอบหมายต่อพระผู้ทรงเดชานุภาพ ผู้ทรงปราณีเสมอ
218ผู้ทรงเห็นเจ้าขณะที่เจ้ายืน (ละหมาด)
219และ (ทรงเห็น) การเคลื่อนไหวของเจ้าท่ามกลางผู้ที่สุญูดทั้งหลาย
220แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้เสมอ
221พวกเจ้าต้องการหรือไม่ ข้าจะบอกให้พวกเจ้ารู้ว่า ชัยฏอนได้ลงมายังผู้ใด?!
222พวกมันจะลงมายังผู้มีพฤติกรรมโกหกเป็นนิจ คนบาปหนาทั้งหลาย
223พวกเขาเงี่ยฟัง และพวกเขาส่วนใหญ่ก็เป็นผู้โกหก
224และพวกกวีนั้น พวกหลงผิดเท่านั้นที่จะปฏิบัติตามพวกเขา
225เจ้าไม่เห็นดอกหรือว่า แท้จริงพวกเขานั้นเร่ร่อนไปในทุกหนแห่ง
226และแท้จริงพวกเขานั้นจะพูดในสิ่งที่พวกเขาไม่กระทำ
227ยกเว้นบรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการดีและรำลึกถึงอัลลอฮ์อย่างมาก และได้รับชัยชนะหลังจากถูกอธรรม และในไม่ช้า บรรดาผู้อธรรมจะได้รู้ว่า ที่คืนสู่อันใดที่พวกเขาจะต้องกลับไป