الحج
The Pilgrimage • 78 ayahs • Medinan
بِسْمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحْمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ
1โอ้ มนุษย์เอ๋ย! พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเถิด เพราะแท้จริง การสั่นสะเทือนของวันอวสานนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่
2วันที่พวกเจ้าจะเห็นมันคือ แม่นมทุกคนจะตกตะลึงลืมสิ่งที่นางกำลังให้นมแก่ลูกอ่อน และหญิงที่ตั้งครรภ์ทุกคนจะคลอดลูกที่อยู่ในครรภ์ของนางออกมา และเจ้าจะเห็นมนุษย์อยู่ในสภาพมึนเมา ทั้งๆ ที่พวกเขามิได้เมา แต่ว่าการลงโทษของอัลลอฮ์นั้นรุนแรงยิ่งนัก
3และมนุษย์บางคนมีผู้โต้เถียงในเรื่องของอัลลอฮ์โดยปราศจากความรู้ และเขาจะปฏิบัติตามชัยฏอนทุกตัวที่ดื้อรั้น
4ได้มีกำหนดไว้กับมันว่า แท้จริงผู้ใดยึดมันเป็นมิตรสหายแล้ว ดังนั้น แน่นอนมันจะทำให้เขาหลงทางและจะนำเขาไปสู่การลงโทษที่มีเปลวไฟลุกโชน
5โอ้ มนุษย์ทั้งหลาย หากพวกเจ้าสงสัยเกี่ยวกับการฟื้นคืนชีพของสิ่งมีชีวิต ดังนั้น แท้จริงเราได้สร้างพวกเจ้าจากดิน แล้วจากเชื้ออสุจิ แล้วจากก้อนเลือด แล้วจากก้อนเนื้อ ทั้งที่เป็นรูปร่างและไม่เป็นรูปร่าง เพื่อเราจะได้ให้เป็นที่กระจ่างแก่พวกเจ้า และเราได้ตั้งรกรากให้อยู่ในครรภ์ตามที่เราต้องการจนกว่าจะถึงวาระที่กำหนดไว้ แล้วเราได้ให้พวกเจ้าออกมาเป็นเด็กทารก จากนั้น (พวกเจ้าได้รับการหล่อเลี้ยง) จากนั้นเพื่อให้พวกเจ้าบรรลุวัยฉกรรจ์ของพวกเจ้า และพวกเจ้าบางคนเสียชีวิต (ก่อนวัยอันควร) และในหมู่พวกเจ้ามีผู้ที่กลับสู่วัยชราที่อ่อนแอ เพื่อที่เขาจะไม่รับรู้สิ่งใดๆ จากสิ่งที่เขาเคยรับรู้ และเจ้าจะเห็นแผ่นดินแห้งแล้ง แล้วเมื่อเราได้ทำให้ฝนตกลงมาบนมัน มันก็เคลื่อนไหว มันจะผุดขึ้นมา และมันก็งอกออกมาเป็นต้นไม้ เป็นคู่ๆ ที่สวยงาม
6นั่นก็เพราะว่า อัลลอฮ์คือสัจธรรมอันเที่ยงแท้ และพระองค์ทรงให้ชีวิตแก่ผู้ตาย และแท้จริงพระองค์ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง
7และแท้จริงวันอวสานจะมาถึงอย่างแน่นอน โดยปราศจากข้อสงสัยในนั้น และเพราะอัลลอฮ์จะทรงให้ผู้ที่อยู่ในสุสานฟื้นคืนชีพขึ้นมา
8และในหมู่มนุษย์บางคนมีผู้โต้เถียงในเรื่องของอัลลอฮ์ โดยปราศจากความรู้และปราศจากทางนำ และปราศจากคัมภีร์อันจำรัส
9เขาจะเอียงตัวของเขาไปอย่างหยิ่งยโส เพื่อให้ผู้คนหลงจากทางของอัลลอฮ์ สำหรับเขาจะได้รับความอัปยศในโลกนี้ และเราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษที่มีไฟลุกไหม้ในวันกิยามะฮ์
10(จะมีคนกล่าวแก่เขาว่า) "นั่นเพราะว่า ด้วยสิ่งที่มือทั้งสองของเจ้าได้ก่อไว้ และแท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงอธรรมแก่ปวงบ่าว"
11และในหมู่มนุษย์นั้นมีบางคนนั้นสับสนซึ่งเคารพสักการะอัลลอฮ์ด้วยด้วยความสงสัย หากความดีใด ๆ ประสบแก่เขา เขาก็จะพอใจต่อการสักการะนั้น และหากถูกทดสอบด้วยความทุกข์ยากใด ๆ เขาก็จะหันหลังกลับ (เป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา) (ด้วยท่าทีเช่นนั้น) เขาจะขาดทุนทั้งโลกนี้และปรโลก นั่นเป็นการขาดทุนที่ชัดเจน
12เขาวิงวอนสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ซึ่งมันไม่ได้ให้โทษแก่เขาและมันก็ไม่ได้ให้คุณแก่เขา นั่นเป็นการหลงผิดที่ไกลลิบ
13เขาวิงวอนต่อสิ่งซึ่งโทษของมันอยู่ใกล้กว่าประโยชน์ของมัน แน่นอนมันเป็นผู้คุ้มครองที่ชั่วช้าแท้ๆ และมันเป็นสหายที่ชั่วช้าจริงๆ
14แท้จริงอัลลอฮ์ทรงให้บรรดาผู้ที่ศรัทธาและประกอบคุณงามความดี เข้าสรวงสวรรค์ ซึ่งมีแม่น้ำลำธารไหลผ่านจากเบื้องล่างของมัน แท้จริงอัลลอฮ์ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์
15ผู้ใดคิดว่าอัลลอฮ์จะไม่ทรงช่วยเหลือเขา (มุฮัมหมัด) ทั้งในโลกนี้และปรโลก ก็จงให้เขาผู้นั้นต่อเชือกขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วให้เขาตัดมันให้ขาด แล้วให้เขาเฝ้าดูว่า อุบายของเขาจะทำให้สิ่งที่เขาเคียดแค้นหมดสิ้นไปไหม?
16และเช่นนั้นแหละ เราได้ประทานอัลกุรอานลงมาเป็นบรรดาโองการที่ชัดแจ้ง และอัลลอฮ์นั้นทรงทรงนำทางให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์
17แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาชาวยิว และบรรดาศอบิอีน และพวกนะศอรอ และพวกบูชาไฟ และบรรดาผู้ตั้งภาคี แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์ แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อทุกสิ่ง
18เจ้าไม่เห็นหรือว่า แท้จริงสำหรับอัลลอฮ์เท่านั้น ซึ่งผู้ที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลาย และผู้ที่อยู่ในแผ่นดิน และดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ และดวงดาวทั้งหลาย และภูเขาทั้งหลาย และต้นไม้ และสัตว์ทั้งหลาย และมนุษย์จำนวนมาก ต่างก็สุญูดนอบน้อมต่อพระองค์ และมีจำนวนมากที่การลงโทษจะเหมาะสมคู่ควรแก่เขา และผู้ใดที่อัลลอฮ์ทรงทำให้อัปยศก็จะไม่มีผู้ใดให้เกียรติเขา แท้จริง อัลลอฮ์ทรงกระทำสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์
19ผู้โต้เถียงทั้งสองฝ่ายนี้ต่างก็โต้เถียงกันเกี่ยวกับพระผู้อภิบาลของพวกเขา สำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้น มีอาภรณ์ที่ทำด้วยไฟ ถูกตัดไว้สำหรับพวกเขา น้ำร้อนเดือดจะถูกเทราดลงบนศรีษะของพวกเขา
20สิ่งที่อยู่ในท้องของพวกเขาและหนังจะถูกละลายด้วยน้ำร้อนเดือดนั้น
21และสำหรับพวกเขา จะถูกทุบด้วยค้อนเหล็ก
22คราใดที่พวกเขาปรารถนาจะออกจากมันให้พ้นจากความระทมใจ พวกเขาก็ถูกให้กลับไปในนั้นอีก และจะมีเสียงกล่าวแก่พวกเขาว่า “จงลิ้มรสการลงโทษด้วยไฟที่ลุกโชนเถิด”
23แท้จริง อัลลอฮ์จะทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาและประกอบการดีทั้งหลายเข้าสรวงสวรรค์หลากหลาย ณ เบื้องล่างของมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่านในนั้น พวกเขาจะได้รับการประดับด้วยกำไลมือที่ทำจากทองคำและไข่มุก และเสื้อผ้าของพวกเขาที่สวมใส่ในนั้นก็เป็นผ้าไหม
24และพวกเขาได้ถูกดลใจนำสู่วจนะอันบริสุทธิ์ และพวกเขาจะถูกนำสู่เส้นทางของพระผู้ทรงได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ
25แท้จริงบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและขัดขวาง (ผู้คน) จากทางของอัลลอฮ์และ (จาก) มัสยิดอัลหะรอม ซึ่งเราได้สร้างไว้(เพื่อเป็นกิบละฮ์) สำหรับมนุษย์ อย่างเท่าเทียมกันสำหรับผู้ที่อาศัยในนั้นและผู้ที่มาจากภายนอก และผู้ใดที่ปรารถนาที่จะกระทำการใด ๆ ที่เป็นการฝ่าฝืนในนั้น เราจะให้เขาลิ้มรสการลงโทษอันเจ็บปวด
26และจงรำลึกถึงขณะที่เราได้ชี้แนะสถานที่ตั้งของอัลบัยต์แก่อิบรอฮีมว่า "เจ้าอย่าตั้งภาคีใด ๆ ต่อข้า และจงทำความสะอาดบ้านของข้า สำหรับผู้มาเวียนรอบ และบรรดาผู้ยืนนมาซ และบรรดาผู้รุกูอ์ และบรรดาผู้กราบสุญูด"
27และจงประกาศแก่มนุษย์เพื่อการทำฮัจญ์ พวกเขาจะมาหาเจ้าโดยทางเท้า และโดยทางอูฐเพรียวทุกตัว จะมาจากทางไกลทุกทิศทาง
28เพื่อพวกเขาจะได้มาร่วม เป็นพยานในผลประโยชน์ของพวกเขา และกล่าวพระนามอัลลอฮ์ในวันที่รู้กันอยู่แล้ว คือวันเชือด ตามที่พระองค์ทรงประทานปัจจัยยังชีพแก่พวกเขาจากสัตว์สี่เท้า ดังนั้นพวกเจ้าจงกินเนื้อมัน และจงให้อาหารแก่ผู้ยากจนขัดสน
29แล้วให้พวกเขาชำระทำความสะอาดด้วยการโกนหรือตัด และให้พวกเขาทำให้ครบถ้วนในเรื่องบนบานทั้งหลายของพวกเขา (เป็นการจงรักภักดีต่ออัลลอฮ์) และจงให้พวกเขาฎอวาฟ (เดินเวียน) รอบอาคารโบราณ (กะอ์บะฮ์)”
30เช่นนั้นแหละ และผู้ใดเคารพต่อกฏต้องห้ามทั้งหลายของอัลลอฮ์ มันก็เป็นการดีแก่เขา ณ ที่พระผู้อภิบาลของเขา และปศุสัตว์ทั้งหลายได้เป็นที่อนุมัติแก่พวกเจ้า เว้นแต่บางสิ่งที่ถูกบอกกล่าวไว้แก่พวกเจ้า ดังนั้น พวกเจ้าจงปลีกตัวให้พ้นจากความโสมมจากการบูชาเจว็ดทั้งหลาย และจงออกห่างจากการกล่าวคำเท็จ
31(จงปฏิบัติสิ่งเหล่านั้น) ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่ออัลลอฮ์ โดยไม่ตั้งภาคีใด ๆ ร่วมกับพระองค์ และผู้ใดตั้งภาคีร่วมกับอัลลอฮ์ ดังนั้น ก็เสมือนกับว่าเขาได้ร่วงตกลงมาจากฟากฟ้า แล้วนกก็บินเฉี่ยวเอาเขาไป หรือลมได้พัดพาเขาไปยังดินแดนอันไกลโพ้น
32ดังนั้นแหละ และผู้ใดเคารพปวงเครื่องหมายของอัลลอฮ์ ดังนั้นแท้จริงมันเกิดจากจิตใจที่ยำเกรง
33ในปศุสัตว์เหล่านั้นมีคุณประโยชน์มากหลายสำหรับพวกเจ้า จนถึงเวลาที่ถูกกำหนดไว้และสถานที่เชือดของมันคือ บริเวณบ้านอันเก่าแก่
34และสำหรับทุกๆ ประชาชาติเราได้กำหนดพิธีกรรม (การเชือดสัตว์พลี และอิบาดะฮ์อื่นๆ) เพื่อพวกเขาจะได้กล่าวถึงพระนามของอัลลอฮ์ ต่อสิ่งที่พระองค์ทรงประทานให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา ที่เป็นสัตว์สี่ขา (เช่น อูฐ วัว แพะ แกะ) เพราะพระเจ้าของพวกเจ้าเป็นพระเจ้าองค์เดียว ดังนั้นพวกเจ้าจงยอมจำนนต่อพระองค์ และ (มุฮัมหมัด) จงแจ้งข่าวดีแก่ผู้ถ่อมตน
35(พวกเขา) คือบรรดาผู้ซึ่งเมื่อมีการเอ่ยถึงอัลลอฮ์ หัวใจของพวกเขาก็จะหวาดหวั่น และพวกเขาเป็นผู้ที่อดทนต่อทุกข์ภัยที่ประสบแก่พวกเขา และผู้ดำรงการละหมาดเสมอ และพวกเขาจะบริจาคในสิ่งที่เราได้ให้เป็นเครื่องยังชีพแก่พวกเขา
36และ (การเชือด) อูฐนั้น เราได้ทำให้แก่พวกเจ้าเป็นหนึ่งในปวงเครื่องหมายของอัลลอฮ์ ซึ่งมีความดีมากมายสำหรับพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงกล่าว "บิสมิลลาฮ์" (เมื่อเวลาเชือด) ขณะที่มันยืน ฉะนั้นเมื่อมันล้มลงนอนตะแคงแล้ว พวกเจ้าก็จงกินมัน และจงแจกจ่ายเป็นอาหารแก่คนที่ไม่เอ่ยขอ และคนที่เอ่ยขอ เช่นนั้นแหละเราได้ทำให้มันยอมจำนนแก่พวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจักได้ขอบคุณอัลลอฮ์
37เนื้อและเลือดของมันจะไม่มีวันไปถึงอัลลอฮ์ แต่สิ่งที่มาถึงพระองค์นั้น (เป็นการกระทำที่จริงใจโดยอาศัยการ) ความยำเกรงจากพวกเจ้า เช่นนั้นแหละเราได้ทำให้มันยอมจำนนต่อพวกเจ้า เพื่อพวกเจ้าจักได้แซ่ซ้องอัลลอฮ์อย่างเกรียงไกรต่อการที่พระองค์ทรงนำทางแก่พวกเจ้า และจงแจ้งข่าวดีแก่ปวงผู้ทำดีเถิด
38แท้จริงอัลลอฮ์ทรงปกป้องบรรดาผู้ศรัทธาให้พ้นจากศัตรู แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงโปรดทุกคนที่ทรยศเนรคุณ
39อนุญาตให้ทำการต่อสู้สำหรับบรรดาผู้ที่ถูกอธรรม และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงมีความสามารถในการที่จะช่วยเหลือพวกเขาอย่างแน่นอน
40บรรดาผู้ที่ถูกขับไล่ออกจากบ้านเรือนของพวกเขาโดยอธรรม เพียงเพราะพวกเขากล่าวว่า "พระผู้อภิบาลของเราคืออัลลอฮ์" และหากอัลลอฮ์ไม่ทรงปกป้องมนุษย์บางกลุ่มจากอีกบางกลุ่ม หอสวด (ของบาทหลวงคริสต์) และโบสถ์ (ของชาวคริสต์) และสถานที่สักการะ (ของชาวยิว) และมัสยิด (ของมุสลิม) ที่พระนามของอัลลอฮ์ ถูกกล่าวรำลึกอย่างมากมายนั้น ต้องถูกทำลายอย่างแน่นอน และแน่นอนอัลลอฮ์ จะทรงช่วยเหลือผู้ที่สนับสนุนศาสนาของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอานุภาพ ผู้ทรงเกรียงไกร
41บรรดาผู้ที่หากเราให้พวกเขามีอำนาจในแผ่นดิน พวกเขาก็จะดำรงการละหมาด และจ่ายซะกาต และกำชับในการดี และห้ามปรามการชั่วช้า และบั้นปลายของกิจการทั้งหลายย่อมกลับไปหาอัลลอฮ์
42และหากพวกเขา (มุชริกีนมักกะฮ์) เพียรพยายามกล่าวเท็จต่อเจ้าอยู่ตลอด ดังนั้น แท้จริงชนชาติของนูห์และอ๊าดและษะมูด ก็ได้ยืนกรานในการกล่าวเท็จต่อนบีของพวกเขามาก่อนหน้าพวกเขาแล้ว
43และกลุ่มชนของอิบราฮิม และกลุ่มชนของลูฏ
44และชาวมัดยัน และมูซาก็ได้ถูกกล่าวเท็จ แต่เราได้ประวิงเวลาให้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา แล้วเราก็ได้ลงโทษพวกเขา ดังนั้น เป็นเช่นใรเล่ากับการลงโทษของเรา
45ดังนั้น กี่หมู่บ้านมาแล้ว ที่เราได้ทำลายมันโดยที่ชาวบ้านนั้นเป็นผู้อธรรม แล้วมันพังลงมาบนหลังคาของมัน และตั้งกี่บ่อน้ำที่ถูกทอดทิ้ง และวังที่สูงอันมั่นคง
46พวกเขามิได้เดินทางไปในแผ่นดินหรอกหรือ เพื่อให้หัวใจได้พิจารณา (เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับแผ่นดินนั้นๆ) หรือมีหูเพื่อได้ฟัง (เรื่องราวของ) มัน เพราะแท้จริงการมองของนัยตานั้นมิได้บอดหรอก แต่ว่าหัวใจที่อยู่ในทรวงอกต่างหากที่บอด
47และพวกเขาเร่งเร้าเจ้าให้มีการลงโทษ แต่ว่าอัลลอฮ์นั้นจะไม่ทรงผิดสัญญาของพระองค์เป็นอันขาด และแท้จริงวันหนึ่ง ณ ที่พระผู้อภิบาลของเจ้านั้นเท่ากับหนึ่งพันปี ตามที่พวกเจ้าคำนวณนับ
48และตั้งกี่หมู่บ้านมาแล้ว เราได้ประวิงเวลาการลงโทษมัน โดยที่ชาวบ้านนั้นอธรรม หลังจากนั้น เราได้คร่ามัน และยังเราเท่านั้นคือการกลับไป
49จงกล่าวเถิดว่า โอ้มนุษย์เอ๋ย! แท้จริงฉันนั้นคือผู้ตักเตือนอันชัดแจ้งแก่พวกท่าน
50ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธาและทำการดีทั้งหลาย สำหรับพวกเขานั้นจะได้รับการอภัยโทษและปัจจัยยังชีพอันมีเกียรติ
51และบรรดาผู้ที่เพียรพยายาม (ในการวางแผน) เพื่อทำลายโองการของเรา (อัลกุรอาน) โดยพวกเขาคิดว่าสามารถทำได้นั้น ชนเหล่านั้นคือชาวนรก
52และเรามิได้ส่งเราะซูลคนใด และนบีคนใดก่อนหน้าเจ้า เว้นแต่ว่าเมื่อเขาหวังตั้งใจ ชัยฏอนก็จะเข้ามายุแหย่ให้หันเหออกจากความหวังตั้งใจของเขา แต่อัลลอฮ์ก็ทรงทำลายล้างสิ่งที่ชัยฏอนยุแหย่ หลังจากนั้น อัลลอฮ์ก็ทรงทำให้โองการทั้งหลายของพระองค์มั่นคง และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้ทรงปรีชาญาณ
53เพื่อพระองค์จะทรงทำให้สิ่งที่ชัยฏอนยุแหย่นั้น เป็นการทดสอบสำหรับบรรดาผู้ที่ในจิตใจของพวกเขามีโรค และจิตใจของพวกเขาแข็งกระด้าง และแท้จริงบรรดาผู้อธรรมนั้นอยู่ในการแตกแยกที่ไกลลิบ
54และเพื่อบรรดาผู้รู้จะตระหนักว่า แท้จริงอัลกุรอาน นั้นคือสัจธรรมจากพระผู้อภิบาลของเจ้า เพื่อพวกเขาจะได้ศรัทธาต่อมัน (อัลกุรอาน) แล้วจิตใจของพวกเขาจะได้นอบน้อมต่อมัน (อัลกุรอาน) และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเเป็นผู้นำทางบรรดาผู้ศรัทธาสู่แนวทางอันเที่ยงตรง
55และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธานั้นยังคงอยู่ในการสงสัยต่ออัลกุรอานจนกระทั่งวันอวสานเกิดขึ้นแก่พวกเขาโดยฉับพลัน หรือการลงโทษแห่งวันกิยามะฮ์ ได้เกิดขึ้นแก่พวกเขา
56อำนาจในวันนั้นเป็นของอัลลอฮ์ พระองค์ทรงตัดสินระหว่างพวกเขา ดังนั้นบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำการดีทั้งหลายจะอยู่ในสรวงสวรรค์ที่หลากหลายแห่งความโปรดปราน
57ส่วนบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และเพียรพยายามกล่าวเท็จต่อโองการทั้งหลายของเรานั้น ดังนั้น ชนเหล่านั้นพวกเขาจะได้รับการลงโทษอย่างอัปยศ
58และบรรดาผู้อพยพในทางของอัลลอฮ์แล้วพวกเขาถูกฆ่าหรือตาย แน่นอนอัลลอฮ์จะทรงประทานปัจจัยยังชีพที่ดี และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงเป็นผู้ดีเลิศแห่งบรรดาผู้ประทานปัจจัยยังชีพ
59พระองค์จะทรงให้พวกเขาเข้าไปในทางเข้าที่พวกเขาพอใจ (คือสวรรค์) และแท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงขันติ
60เช่นนั้นแหละ และผู้ใดแก้แค้นเยี่ยงที่เขาได้ถูกรังแก หลังจากนั้นเขาก็ยังถูกข่มเหงอีก อัลลอฮ์จะทรงช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงอภัยยิ่ง ผู้ทรงยกโทษ
61เช่นนั้นแหละ เพราะว่าอัลลอฮ์ ทรงให้กลางคืนเข้าไปในกลางวัน และพระองค์ทรงให้กลางวันเข้าไปในกลางคืน และแท้จริงอัลลอฮ์ เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น
62เช่นนั้นแหละ เพราะแท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นพระเจ้าที่แท้จริงเพียงองค์เดียว และแท้จริงสิ่งที่พวกเขาวิงวอนขออื่นจากพระองค์นั้นเป็นเท็จ และแท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงยิ่งใหญ่
63เจ้ามิได้พิจารณาหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงให้น้ำหลั่งลงมาจากฟากฟ้า แล้วแผ่นดินก็กลายเป็นเขียวสดชื่น แท้จริงอัลลอฮ์เป็นพระผู้ทรงอ่อนโยน พระผู้ทรงรอบรู้ยิ่ง
64สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าทั้งหลายและสิ่งที่อยู่ในแผ่นดินเป็นของพระองค์ และแท้จริงอัลลอฮ์นั้นคือผู้ทรงมั่งมีอย่างเหลือหลาย ผู้ทรงเป็นที่สรรเสริญ
65เจ้ามิได้พิจารณาหรอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงอำนวยความสะดวกให้แก่พวกเจ้าสิ่งที่มีอยู่ในแผ่นดิน และ (เช่นเดียวกันได้ทำให้) เรือแล่นไปตามท้องทะเล โดยบัญชาของพระองค์ และทรงยึดชั้นฟ้าไว้มิให้มันตกลงมาบนแผ่นดิน เว้นแต่โดยอนุมัติของพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอ่อนโยน ผู้ทรงปราณียิ่งเสมอ
66และพระองค์คือผู้ทรงให้พวกเจ้าเป็น แล้วทรงให้พวกเจ้าตาย หลังจากนั้นก็ทรงให้พวกเจ้าเป็นอีก แท้จริงมนุษย์นั้นช่างเนรคุณยิ่ง
67สำหรับทุกๆ ประชาชาติเราได้กำหนดพิธีทางศาสนาขึ้นโดยที่พวกเขาปฏิบัติพิธีนั้น ดังนั้นจงอย่าให้พวกเขาโต้แย้งเจ้าในกิจการนั้น และจงเรียกร้องเชิญชวนไปสู่พระผู้อภิบาลของเจ้า แท้จริงเจ้านั้นอยู่บนแนวทางที่เที่ยงธรรมแท้ๆ
68และหากพวกเขาโต้แย้งเจ้า ก็จงกล่าวเถิดว่า อัลลอฮ์ทรงรอบรู้ยิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำอยู่
69อัลลอฮ์จะทรงตัดสินระหว่างพวกเจ้าในวันกิยามะฮ์ ในสิ่งที่พวกเจ้าได้ขัดแย้งกันในเรื่องนั้น
70เจ้ามิรู้ดอกหรือว่า แท้จริงอัลลอฮ์นั้นทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน แท้จริงสิ่งนั้นอยู่ในบันทึกแล้ว แท้จริงในการนั้นเป็นการง่ายดายสำหรับอัลลอฮ์
71และพวกเขาสักการะบูชาสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่พระองค์มิได้ประทานหลักฐานอันใดลงมาเพื่อให้บูชาสิ่งนั้น และไม่มีสำหรับพวกเขาซึ่งความรู้ (เพื่อเป็นหลักฐานในการกระทำ) เช่นนั้น และสำหรับผู้อธรรมนั้น ไม่มีผู้ช่วยเหลือใด
72และเมื่อโองการทั้งหลายอันชัดแจ้งของเราได้ถูกนำมาอ่านแก่พวกเขา เจ้าจะเห็นใบหน้าของบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเป็นสัญญาณแห่งความไม่พอใจ พวกเขาเกือบจะเข้าไปทำร้ายบรรดาผู้ที่อ่านโองการทั้งหลายของเราให้พวกเขาฟัง จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมหมัด) ว่า จะให้ฉันแจ้งแก่พวกเจ้าทราบถึงสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่านี้ไหม? มันคือไฟนรกที่อัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาไว้แก่บรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา และมันคือที่ที่จะกลับไปที่เลวร้ายที่สุด!
73โอ้มนุษย์เอ๋ย! อุทาหรณ์หนึ่งถูกยกมากล่าวไว้แล้ว ดังนั้นพวกเจ้าจงตั้งใจฟังให้ดี แท้จริงบรรดาที่พวกเจ้าวิงวอนขอความช่วยเหลืออื่นจากอัลลอฮ์นั้น พวกมันไม่สามารถจะให้บังเกิดแม้แต่แมลงวันตัวเดียว แม้ว่าพวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อสร้างมันขึ้นมาก็ตาม และถ้าแมลงวันพาสิ่งใดหนีไปจากพวกมัน พวกมันก็ไม่สามารถจะเอามันกลับคืนมาได้จากแมลงวันนั้น มันช่างอ่อนแอทั้งผู้ขอและผู้ถูกขอ
74พวกเขามิได้ให้เกียรติอัลลอฮ์ ตามที่ควรจะให้เกียรติต่อพระองค์ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงพลัง ผู้ทรงเดชานุภาพโดยแท้จริง
75อัลลอฮ์ทรงคัดเลือกบรรดาฑูตจากหมู่มลาอิกะฮ์และจากหมู่มนุษย์ แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงเห็น
76พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขา และสิ่งที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา และกิจการทั้งหลายจะถูกนำกลับไปยังอัลลอฮ์เท่านั้น
77โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย! พวกเจ้าจงก้ม (รูกั๊วะ) จงกราบ (สุญูด) และจงเคารพภักดีต่อพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าเถิด และจงประกอบการดี แน่นอนพวกเจ้าจะได้ความสำเร็จ
78และจงต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์ ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่แท้จริงเพื่อพระองค์ พระองค์ทรงคัดเลือกพวกเจ้า และพระองค์ไม่ได้ทรงทำให้เรื่องของศาสนาเป็นความลําบากแก่พวกเจ้าเลย คือศาสนาของอิบรอฮีมบรรพบุรุษของพวกเจ้า พระองค์ทรงขนานนามพวกเจ้าว่า "บรรดามุสลิม" ทั้งในคัมภีร์ก่อน ๆ และในอัลกุรอานนี้ เพื่อเราะซูลจะได้เป็นพยานต่อพวกเจ้า และพวกเจ้าจะได้เป็นพยานต่อปวงมนุษย์ ดังนั้นพวกเจ้าจงดํารงการละหมาด และจ่ายซะกาต และจงยึดมั่นต่ออัลลอฮ์ พระองค์คือพระผู้ทรงคุ้มครองพวกเจ้า พระองค์คือผู้คุ้มครองที่ดีเลิศ และพระผู้ทรงช่วยเหลือที่ดียิ่ง