العنكبوت
The Spider • 69 ayahs • Meccan
بِسْمِ ٱللَّهِ ٱلرَّحْمَٰنِ ٱلرَّحِيمِ
1อะลิฟ ลาม มีม
2มนุษย์คิดหรือว่า พวกเขาจะถูกละเลย ด้วยแค่เพียงคำกล่าวของพวกเขาที่ว่า "เราศรัทธาแล้ว" แล้วพวกเขาก็จะไม่ถูกทดสอบใดๆ กระนั้นหรือ?!"
3และแน่นอน เราได้ทดสอบบรรดาผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเขาแล้ว ดังนั้น (ด้วยการทดสอบดังกล่าว) อัลลอฮ์จึงทำให้เป็นที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งเกี่ยวกับบรรดาผู้ศรัทธาอย่างแท้จริง และทรงทำให้เป็นที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งเกี่ยวกับบรรดาผู้กล่าวเท็จ
4หรือบรรดาผู้กระทำความชั่วทั้งหลายคิดว่าพวกเขาจะรอดพ้นไปจากเรา ชั่วช้าแท้ๆ สิ่งที่พวกเขาตัดสินกัน
5ผู้ใดหวังที่จะพบอัลลอฮ์ ดังนั้นแท้จริงกำหนดของอัลลอฮ์ย่อมมาถึงแน่นอน และพระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
6และผู้ใดที่ต่อสู้ (กับตัวเองเพื่อเป็นผู้ที่เชื่อฟังอัลลอฮ์ หรือต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์) ดังนั้นแท้จริงการต่อสู้ของเขานั้นก็เพื่อตัวเขาเอง แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงมั่งคั่งที่สุด (ไม่ทรงปรารถนาสิ่งใด) จากทุกสิ่งที่ถูกสร้าง
7และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำการดีนั้น แน่นอนเราจะลบล้างบาปต่างๆ ของพวกเขาออกไปจากพวกเขา และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาด้วยสิ่งที่ดีกว่าที่พวกเขาได้กระทำไว้
8และเราได้สั่งแก่มนุษย์ให้กระทำการดีต่อบิดามารดาของเขา และถ้าทั้งสองบังคับเจ้าเพื่อให้ตั้งภาคีในสิ่งที่เจ้าไม่มีความรู้ เจ้าก็อย่าปฏิบัติตามเขาทั้งสอง ข้าคือที่ที่พวกเจ้าจะกลับมาหา แล้วข้าจะแจ้งแก่พวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้
9และบรรดาผู้ที่ศรัทธาและประกอบความดีทั้งหลาย แน่นแนเราจะให้พวกเขาได้อยู่ร่วมกับบรรดาคนดีอย่างแน่นอน
10และมีบางคนในหมู่มนุษย์ได้กล่าวว่า "เราศรัทธาในอัลลอฮ์" แต่เมื่อพวกเขาต้องทนทุกข์เพื่ออัลลอฮ์ พวกเขาก็ถือว่าการทำร้ายของมนุษย์นั้นประหนึ่งการลงโทษของอัลลอฮ์ แต่เมื่อความช่วยเหลือให้ได้รับชัยชนะจากพระผู้อภิบาลของเจ้ามาถึง พวกเขาจะกล่าวว่า "แท้จริงพวกเราอยู่กับเจ้า" อัลลอฮ์ไม่ทรงรู้ดีถึงสิ่งที่มีอยู่ในใจของมนุษย์ทุกคนกระนั้นหรือ?!
11และแน่นอน อัลลอฮ์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดาผู้ที่ศรัทธา และแน่นอนพระองค์ทรงรู้ดียิ่งถึงบรรดามุนาฟิกีนทั้งหลาย
12และบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาได้กล่าวแก่บรรดาผู้ศรัทธาว่า "จงปฏิบัติตามแนวทางของเราและเราจะแบกรับความผิดของพวกเจ้า" และพวกเขามิได้แบกรับความผิดของเขาเหล่านั้นแต่อย่างใด แท้จริงพวกเขาเป็นผู้กล่าวเท็จอย่างแน่นอน
13และแน่นอน พวกเขาจะแบกรับความผิดของพวกเขาและความผิดอื่นๆ ร่วมกับความผิดของพวกเขา และแน่นอนพวกเขาจะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์ในสิ่งที่พวกเขาได้ประดิษฐ์ขึ้นมา
14และโดยแน่นอนเราได้ส่งนูห์ไปยังหมู่ชนของเขา และเขาได้อยู่ร่วมกับพวกเขาหนึ่งพันปีเว้นห้าสิบปี (950 ปี) ดังนั้นอุทกภัยได้คร่าพวกเขาขณะที่พวกเขาเป็นผู้อธรรม
15ดังนั้นเราได้ช่วยเขาและผู้ที่อยู่ร่วมกับเขาในเรือและเราได้ทำให้มันเป็นสัญญาณแก่มนุษย์ทั้งหลาย
16และ (จงรำลึกถึง) เรื่องราวของอิบรอฮีม ขณะที่เขากล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า "จงเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์และจงยำเกรงต่อพระองค์ เพราะนั่นจะเป็นการดีกว่าสำหรับพวกเจ้า หากพวกเจ้ารู้"
17แท้จริงแล้วพวกเจ้าบูชารูปปั้น อื่นจากอัลลอฮ์และพวกเจ้าได้ประดิษฐ์การมุสาขึ้นมา แท้จริงบรรดาสิ่งที่พวกเจ้าบูชาอื่นจากอัลลอฮ์นั้น มันไม่มีอำนาจที่จะให้เครื่องยังชีพแก่พวกเจ้า ดังนั้นจงขอเครื่องยังชีพจากอัลลอฮ์เถิด และจงเคารพภักดีพระองค์ และจงขอบคุณต่อพระองค์ ยังพระองค์เท่านั้นพวกเจ้าจะถูกนำกลับ
18และหากพวกเจ้ากล่าวเท็จ แน่นอนหลายประชาชาติที่มาก่อนพวกเจ้าก็ได้เคยกล่าวเท็จ หน้าที่ของเราะซูลนั้นมิใช่อะไรอื่น นอกจากการเผยแผ่อันกระจ่างแจ้งเท่านั้น
19และพวกเขามิเห็นหรอกหรือว่า อัลลอฮ์ทรงเริ่มแรกของการบังเกิดอย่างไร แล้วจะทรงให้เขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งอย่างไร แท้จริงนั่นเป็นการง่ายสำหรับอัลลอฮ์
20จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) "จงเดินทางไปในแผ่นดินแล้วพิจารณาดูว่าพระองค์ทรงเริ่มต้นในการสร้างทุกสิ่งนั้นอย่างไร หลังจากนั้นอัลลอฮ์จะทรงให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปรโลก แท้จริงอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง"
21พระองค์ทรงลงโทษผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และทรงเมตตาผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และยังพระองค์เท่านั้นพวกเจ้าจะถูกหันกลับ
22และพวกเจ้าไม่สามารถจะรอดพ้นไปได้ทั้งในแผ่นดินและในฟากฟ้า และไม่มีผู้คุ้มครองและผู้ช่วยเหลือใดสำหรับพวกเจ้านอกจากอัลลอฮ์
23และบรรดาผู้ที่ปฏิเสธศรัทธาต่อโองการทั้งหลายของอัลลอฮ์ และการพบกับพระองค์นั้น พวกเขาจะสิ้นหวังต่อความเมตตาของข้า และพวกเขาเหล่านั้นจะประสบกับการลงโทษอันเจ็บปวด
24ดังนั้น คำตอบของหมู่ชนของเขามิใช่อื่นใดนอกจากกล่าวว่า "จงฆ่าเขาหรือจงเผาเขาเสีย" แต่อัลลอฮ์ได้ช่วยเขาให้รอดจากไฟ แท้จริงในการนี้ย่อมเป็นสัญญาณมากหลายสำหรับหมู่ชนผู้ศรัทธา
25และเขา (อิบราฮิม) กล่าวว่า "แท้จริงการกระทำของพวกเจ้าในการเคารพสักการะต่อสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์ เพราะการรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างพวกเจ้าแต่ละคนในชีวิตของโลกนี้เท่านั้น แล้วในวันกิยามะฮ์ พวกเจ้าจะปฏิเสธซึ่งกันและกัน และจะสาปแช่งซึ่งกันและกัน และ (ในที่สุด) ที่พำนักของพวกเจ้าคือนรก และไม่มีผู้ช่วยเหลือสำหรับพวกเจ้า"
26จากนั้นลูฏก็ได้ศรัทธาต่อเขา และเขา (อิบรอฮีม) ได้กล่าวว่า "แท้จริงฉันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่พระผู้อภิบาลของฉันอย่างสมบูรณ์แล้ว แท้จริงพระองค์คือผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ"
27และเราได้มอบอิสฮาก และยะอ์กูบแก่เขา และเราได้ให้มีนบีและคัมภีร์แก่ลูกหลานของเขา และเราได้ให้การตอบแทนแก่เขาในโลกนี้ และแท้จริงในปรโลกเขาจะอยู่ในหมู่คนดีอย่างแน่นอน
28และ (จงรำลึกถึง) เรื่องราวของลูฏ ขณะที่เขาได้กล่าวแก่หมู่ชนของเขาว่า "แท้จริงพวกเจ้าได้กระทำสิ่งที่ชั่วช้าน่ารังเกียจซึ่งไม่เคยมีชาวโลกคนใดเคยทำมาก่อน"
29มันควรแล้วหรือที่พวกเจ้าสมสู่พวกผู้ชายด้วยกัน ปล้นสะดมบนถนนหนทาง และทำอนาจารในที่ชุมนุมของพวกเจ้า?! ดังนั้น คำตอบของหมู่ชนของเขามิใช่อื่นใดนอกจากกล่าวว่า "จงนำการลงโทษของอัลลอฮ์มาให้แก่พวกเราสิ หากเจ้าอยู่ในหมู่ผู้สัตย์จริง"
30เขา (ลูฏ) กล่าวว่า "ข้าแต่พระผู้อภิบาลของข้า ขอพระองค์ทรงโปรดช่วยข้าให้อยู่เหนือหมู่ชนผู้บ่อนทำลายด้วยเถิด"
31และครั้นเมื่อทูตของเรา (มลาอิกะฮ์) ได้มาหาอิบรอฮีมพร้อมด้วยข่าวดี พวกเขากล่าวว่า "แท้จริงเราจะทำลายผู้คนในหมู่บ้านนี้ (เมืองซะดูม) เพราะแท้จริงแล้วหมู่ชนของมันเป็นผู้อธรรม"
32เขา (อิบรอฮีม) กล่าวว่า "แท้จริงในหมู่บ้านนั้นมีลูฏอยู่ด้วย" พวกเขากล่าวว่า "เรารู้ดีว่ามีใครอยู่ในนั้น แน่นอนเราจะช่วยเขาและบริวารของเขาให้รอดพ้น เว้นแต่ภริยาของเขาเพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"
33และเมื่อฑูตของเรา (มลาอิกะฮ์) ได้มาหาลูฏ เขารู้สึกไม่สบายใจกับการมาของพวกเขาและรู้สึกลำบากใจเพราะเรื่องนั้น และพวกเขา (มลาอิกะฮ์) จึงกล่าวว่า "จงอย่ากลัวและอย่าเศร้าโศกเลย แท้จริงเราเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าและบริวารของเจ้าเว้นแต่ภริยาของเจ้า เพราะนางอยู่ในหมู่ผู้ถูกทำลาย"
34แท้จริงเราเป็นผู้นำการลงโทษจากฟากฟ้าสู่หมู่ชนนี้ เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ฝ่าฝืน
35และแท้จริงเราได้ (ทำลายเมืองนั้น และได้ทิ้ง) ซากปรักหักพังบางส่วนของมันไว้เป็นสัญญาณอันชัดแจ้งแก่บรรดาผู้มีปัญญาพิจารณา
36และยัง (หมู่ชน) มัดยัน (เราได้ส่ง) พี่น้องของพวกเขาคือ (ชุอัยบ์) เขากล่าวขึ้นว่า "โอ้หมู่ชนของฉันเอ๋ย จงเคารพสักการะอัลลอฮ์เถิด และจงหวังผลตอบแทนของวันสุดท้าย และจงอย่ามุ่งทำความเสียหายในแผ่นดินโดยเป็นผู้บ่อนทำลาย"
37แต่พวกเขาได้ปฏิเสธเขา ดังนั้นพวกเขาจึงถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหว และพวกเขาก็ล้มตายกลายเป็นศพในที่อาศัยของพวกเขา
38และ (จงรำลึกถึงเหตุการณ์แห่งความหายนะ) อ๊าด (กลุ่มชนของฮูด) และษะมูด (กลุ่มชนของศอลิห์) โดยที่สถานที่พักอาศัยของพวกเขาได้เป็นที่ประจักษ์แก่พวกเจ้าแล้ว และมารร้ายชัยฏอนได้ทำให้การงาน (ที่ชั่ว) ของพวกเขาเป็นที่ดึงดูดใจสำหรับพวกเขา แล้วได้ทำให้พวกเขาหันเหออกจากแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งที่พวกเขาเป็นกลุ่มชนที่มีสติปัญญา
39และ (เราได้ทำลาย) กอรูน ฟิรเอาน์ และฮามาน และแน่นอนมูซาได้มายังพวกเขาพร้อมด้วยข้อพิสูจน์ต่างๆ อันชัดแจ้ง แต่พวกเขาหยิ่งผยองในแผ่นดิน และพวกเขาก็หาได้รอดพ้นไปจากเราไม่
40และแต่ละคนเราได้ลงโทษเพระบาปของเขา เช่นบางคนในหมู่พวกเขา เราได้ส่งลมพายุร้ายทำลายเขา และบางคนในหมู่พวกเขาเราได้ลงโทษเขาด้วยเสียงกัมปนาท และบางคนในหมู่พวกเขาเราได้ให้แผ่นดินสูบ และบางคนในหมู่พวกเขาเราได้ให้เขาจมน้ำตาย และอัลลอฮ์มิได้ทรงอธรรมแก่พวกเขา แต่พวกเขาต่างหากที่อธรรมต่อพวกเขาเอง
41อุปมาบรรดาผู้ที่เอาสิ่งอื่นจากอัลลอฮ์เป็นผู้คุ้มครอง อุปไมยดั่งแมงมุมที่ยึดกับใยของมันเป็นบ้าน และแท้จริงรังที่บอบบางที่สุดคือรังของแมงมุม หากพวกเขารู้
42แท้จริงอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งต่างๆ ที่พวกเขาวิงวอนขออื่นจากพระองค์ และพระองค์เป็นผู้ทรงอำนาจ ผู้ทรงปรีชาญาณ
43และเหล่านี้คืออุปมาอุปไมยที่เราได้ยกมันขึ้นมาสำหรับปวงมนุษย์ และไม่มีผู้ใดตระหนักมันหรอกนอกจากผู้มีความรู้เท่านั้น
44อัลลอฮ์ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดินด้วยความจริง แท้จริงในการนี้ แน่นอนย่อมเป็นสัญญาณแก่บรรดาผู้ศรัทธา
45เจ้าจงอ่านสิ่งที่ถูกวะฮ์ยูแก่เจ้าจากคัมภีร์ และจงดำรงการละหมาด (เพราะ) แท้จริงการละหมาดนั้นจะยับยั้งการกระทำที่ลามกและประพฤติชั่ว และการรำลึกถึงอัลลอฮ์นั้นยิ่งใหญ่กว่า และอัลลอฮ์ทรงรอบรู้สิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
46และพวกเจ้าอย่าโต้เถียงกับชาวคัมภีร์เว้นแต่ด้วยวิธีที่ดียิ่ง นอกจากบรรดาผู้อธรรมในหมู่พวกเขา และพวกเจ้าจงกล่าวเถิดว่า "เราศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เราและสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่พวกเจ้า และพระเจ้าของเรา และพระเจ้าของพวกเจ้าทรงเอกะ และต่อพระองค์เรายอมจำนน"
47และ (ดังที่เราได้ประทานคัมภีร์แก่บรรดาเราะซูลก่อนหน้านั้น) เราก็ได้ประทานคัมภีร์ (อัลกุรอาน) นี้ลงมาแก่เจ้า ดังนั้นบรรดาผู้ที่เราได้ประทานคัมภีร์แก่พวกเขา (เตารอต และอินญีล) พวกเขาก็ศรัทธาต่อคัมภีร์นั้น และกลุ่มชนจำนวนหนึ่งจากพวกเขา (ชาวมักกะฮ์) ก็มีที่ศรัทธาต่อคัมภีร์นั้นด้วย และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรา นอกจากบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาเท่านั้น
48และก่อนหน้า (ที่จะมีอัลกุรอานลงมา) นั้น เจ้า (โอ้ มุฮัมหมัด) ไม่เคยอ่านคัมภีร์ใดๆ และไม่เคยเขียนด้วยมือขวาของเจ้า มิฉะนั้น มันจะเกิดความสงสัยสำหรับบรรดาผู้แอบอ้างกล่าวเท็จอย่างแน่นอน
49ในทางกลับกัน (อัลกุรอาน) เป็นโองการที่ชัดเจน (เก็บรักษาไว้) ภายในทรวงอกของผู้ที่ได้รับความรู้ และไม่มีผู้ใดปฏิเสธโองการทั้งหลายของเรานอกจากบรรดาผู้อธรรม
50และพวกเขากล่าวว่า ทำไมสัญญาณต่างๆ จากพระผู้อภิบาลของเขาจึงมิถูกประทานมายังเขา จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) แท้จริงสัญญาณเหล่านั้นอยู่ที่อัลลอฮ์ และฉันเป็นผู้ตักเตือนอันกระจ่างแจ้งเท่านั้น
51และยังไม่เพียงพอสำหรับพวกเขาหรือ ที่เราได้ประทานคัมภีร์แก่เจ้าซึ่งได้ถูกอ่านแก่พวกเขา แท้จริงในการนั้นเป็นความเมตตาและเป็นข้อเตือนใจแก่กลุ่มชนที่ศรัทธา
52จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) เพียงพอแล้วกับการที่อัลลอฮ์ทรงเป็นพยานระหว่างฉันกับพวกเจ้า พระองค์ทรงรอบรู้ทุกสิ่งในชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และบรรดาผู้ศรัทธาในความเท็จและปฏิเสธศรัทธาต่ออัลลอฮ์ แน่นอนพวกเขาเหล่านั้น คือผู้ขาดทุน
53และพวกเขาขอให้เจ้าเร่งการลงโทษ และหากมิใช่เพราะเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว การลงโทษก็ย่อมมาถึงพวกเขาอย่างแน่นอน และแน่นอนมันจะมายังพวกเขาโดยฉับพลัน โดยที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว
54พวกเขาได้ขอให้เจ้าเร่งให้มีการลงโทษ และแท้จริงนรกญะฮันนัมนั้นจะสกัดล้อมบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาอย่างแน่นอน
55วันที่การลงโทษจะครอบคลุมพวกเขาทั้งจากเบื้องบนและใต้ฝ่าเท้าของพวกเขา และ (อัลลอฮ์) จะทรงตรัสว่า "พวกเจ้าจงลิ้มรสสิ่งที่พวกเจ้าได้กระทำไว้เถิด!"
56โอ้ปวงบ่วงผู้ศรัทธาของข้าทั้งหลาย! แท้จริงแผ่นดินของฉันนั้นกว้างใหญ่ไพศาล (เพื่อให้พวกเจ้าได้เคารพสักการะอย่างอิสระ) ดังนั้น (ไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด) พวกเจ้าจงเคารพสักการะต่อข้า
57ทุกๆ ชีวิตเป็นผู้ลิ้มรสความตาย หลังจากนั้นแล้วพวกเจ้าจะถูกนำกลับมายังเรา
58และบรรดาผู้ศรัทธาและกระทำความดีทั้งหลาย แน่นอนเราจะให้พวกเขาพำนักอยู่ในห้องพิเศษแห่งสรวงสวรรค์ ณ เบื้องล่างมันมีลำน้ำหลายสายไหลผ่าน พวกเขาเป็นผู้พำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล นั่นคือการตอบแทนอันดียิ่งแก่บรรดาผู้กระทำความดีทั้งหลาย
59(พวกเขาคือ) บรรดาผู้อดทน และพวกเขามอบความไว้วางใจต่อพระผู้อภิบาลของพวกเขา
60และมีสิ่งมีชีวิตกี่ชนิดที่ไม่สามารถแสวงหาเครื่องยังชีพของตัวเองได้ อัลลอฮ์คือผู้ที่ประทานเครื่องยังชีพแก่พวกมันและแก่พวกเจ้า พระองค์เป็นผู้ทรงได้ยิน ผู้ทรงรอบรู้
61และถ้าเจ้าถามพวกเขา ผู้ใดสร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน และเป็นผู้ทำให้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เป็นประโยชน์ แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮ์" แล้วทำไมเล่าพวกเขาจึงหันเหออกไปทางอื่น
62อัลลอฮ์ทรงให้เครื่องยังชีพกว้างขวางแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์จากปวงบ่าวของพระองค์และทรงให้คับแคบแก่เขา แท้จริงอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง
63และถ้าเจ้าถามพวกเขาว่า ผู้ใดเล่าทรงหลั่งน้ำลงมาจากฟากฟ้าแล้วทรงทำให้แผ่นดินมีชีวิตชุ่มชื้นขึ้น หลังจากการตาย (แห้งแล้ง) ของมัน แน่นอนพวกเขาจะกล่าวว่า "อัลลอฮ์" จงกล่าวเถิด (โอ้ มุฮัมหมัด) "มวลการสรรเสริญเป็นสิทธิ์ของอัลลอฮ์" แต่ว่าส่วนมากพวกเขาไม่ใช้สติปัญญาใคร่ครวญ
64และการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้มิใช่อื่นใด เว้นแต่เป็นการละเล่นและการสนุกสนานร่าเริงเท่านั้น และแท้จริงสถานที่ในปรโลกนั้น แน่นอนมันคือการมีชีวิตที่แท้จริง หากพวกเขาได้รู้
65ดังนั้น เมื่อพวกเขาลงเรือ (และเผชิญกับสถานการณ์ที่เป็นอันตรายในทะเล) พวกเขาก็วิงวอนต่ออัลลอฮ์ อย่างผู้บริสุทธิ์ใจในการขอพรต่อพระองค์ แต่ทันทีที่พระองค์ช่วยพวกเขาขึ้นบก พวกเขาก็ตั้งภาคี (ต่อพระองค์)
66เพื่อพวกเขาจะได้เนรคุณต่อสิ่งที่เราได้มอบให้แก่พวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้เพลิดเพลิน (กับความโปรดปรานเหล่านั้นในโลกนี้สักระยะหนึ่ง) แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็จะรู้เอง (ถึงผลแห่งกรรมที่พวกเจ้าได้กระทำไว้)
67และพวกเขาไม่เห็นหรือว่าเราได้ทำให้ (นครมักกะฮ์) เป็นที่ปลอดภัย ในขณะที่ผู้คนที่อาศัยอยู่รอบๆ พวกเขา ถูกลักพาตัว (เพื่อจับหรือฆ่า) ดังนั้นพวกเขาจะยังคงศรัทธาต่อความเท็จ และปฏิเสธในความโปรดปรานของอัลลอฮ์อีกกระนั้นหรือ?!
68และผู้ใดจะอธรรมยิ่งกว่าผู้ที่สร้างเรื่องเท็จต่ออัลลอฮ์ หรือปฏิเสธความจริงหลังจากที่ความจริงนั้นได้มาถึงเขาแล้ว ในนรกญะฮันนัมนั้น มีที่พำนักเตรียมไว้สำหรับผู้ปฏิเสธศรัทธามิใช่หรือ?
69และบรรดาผู้ที่มุ่งมั่นในหนทางของเรา แน่นอนเราจะแนะนำพวกเขาไปสู่แนวทางของเรา (ซึ่งทำให้พวกเขามีความสุขและพอใจ) และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงอยู่กับบรรดาผู้กระทำความดีทั้งหลาย